วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

เที่ยววัดเก่าอยุธยา





ถ้าหากเพื่อน ๆ จะมาเยือนอยุธยา มีโบราณสถานที่น่าสนใจที่น่ามาเยี่ยมชมแห่งหนึ่ง คือ "วัดมเหยงคณ์" ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาก่อนการตั้งกรุงศรีอยุธยา น่าจะมีอายุมากกว่า ๕๐๐ ปี จนกระทั่งถูกทหารพม่าเผาทำลายอย่างย่อยยับเมื่อเสียกรุงฯ ครั้งที่ ๒



ชื่อของวัดมเหยงคณ์นี้ อาจฟังดูแปลกหูนะคะ หรืออ่านออกเสียงยากสำหรับบางคน ชื่อของวัดอ่านว่า มะ-เห-ยง มิใช่อย่างที่บางคนอ่านว่า มะ-เหยง คำว่ามเหยงคณ์ มาจากคำในภาษาบาลีว่า มหิยงฺคณ (อ่านว่า มะ-หิ-ยัง-คะ-นะ) ซึ่งแปลว่า ภูเขา หรือ เนินดิน ชื่อของวัดแห่งนี้จึงอาจมีที่มาจากการตั้งอยู่บนเนินดินสูงก็เป็นได้






ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าวัดนี้สร้างขึ้นเมื่อใด แต่นักวิชาการสันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในยุคก่อนการตั้งกรุงศรีอยุธยาหรือสมัยอโยธยา บ้างก็ว่าสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จเจ้าสามพระยาแห่งกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ.๑๖๙๗ -๑๙๙๑) มีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ (พ.ศ. ๒๒๕๒-๒๒๗๕) กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เมื่อวันที่ ๑๑ ม.ค. ๒๔๘๔ และได้รับการขุดแต่งเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑
โบสถ์ของวัดมเหยงคณ์ถือได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในอยุธยา ตั้งอยู่บนฐานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่โค้งคล้ายตกท้องช้างอันเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ทางด้านหน้าและด้านหลังของโบสถ์มีฐานสูงยื่นออกมา นักโบราณคดีได้สันนิษฐานว่าฐานทั้งหมดน่าจะเป็นการต่อเติมบนฐานรากเดิมในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ภายในโบสถ์มีฐานชุกชีประดิษฐานบางส่วนของพระพุทธรูปหินทรายโบราณ ส่วนของหลังคาโบสถ์นั้นได้หักพังลงมาหมดแล้ว
จี๊ดพาคุณแม่มาเที่ยวอยุธยาบ่ายแก่ ๆ แล้ว รูปนี้ถ่ายในอุโบสถของวัดฯ ซึ่งหลังคาน่าจะสร้างด้วยไม้แต่ได้ถูกเผาไปจนเหลือแต่เสา พระประธานถูกทำลายเหลือแต่ฐานฯ ดูขนาดแล้วน่าจะเป็นอุโบสถที่ใหญ่ทีเดียว




ส่วนรูปด้านล่างแสดงให้เห็นความโหดร้ายของทหารพม่า ไม่ใช่มาทำสงครามกับกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น แต่ได้ทำลายและปล้นสะดมนำทรัพย์สินและของมีค่าขนกลับไปด้วย นี่คือหลักฐานชิ้นหนึ่งในหลายชิ้น จะเห็นได้ว่าก้อนหินที่อยู่หลังจี๊ดและแม่คือยอดปลายสุดของเจดีย์ในวัดมเหยงคณ์ที่ถูกทหารพม่าสุมไฟเผ่าจดยอดหักตกลงมาที่พื้น และน่าจะนำทองคำที่ปลายยอดของเจดีย์นี้ไป ไม่ใช่เจดีย์วัดนี้เท่านั้น ในวัดกุฎีดาวซึ่งอยู่ฝี่งตรงข้ามก็มีลักษณะยอดหักกลางลงมากองอยู่กับพื้นเหมือนกัน






การเดินทาง มาวัดมเหยงคณ์ หากมาจากถนนสายเอเชีย เมื่อเลี้ยวเข้าตัวเมืองอยุธยาไปตาม ถนนโรจนะ จะพบสี่แยกวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนสาย ๓๐๕๘ ราว ๑ กม. เลยปางช้างอโยธยาไปเล็กน้อยจะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัดมเหยงคณ์อยู่ทางขวามือเยื้องกับวัดสมณโกฏฐาราม และวัดกุฎีดาว


แล้วเพื่อน ๆ ละคะ เคยไปเที่ยวอยุธยา ไปเที่ยววัดไหนกันบ้าง

4 ความคิดเห็น:

group of four กล่าวว่า...

เคยไปอยุธยาหลายครั้งมากๆ ตอนหลังมีแต่ข่าวปาก้อนหินเลยตัดใจ นอกจากอยุธยาก็น่าจะเป็นสุโขทัย / กำแพงเพชร / พิษณุโลกเพราะเป็นแหล่งประวัติศาสตร์มีวัดมากมายเคยไปช่วงปี 2540 คงจำได้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรในเวลานั้น ก่อนไปเที่ยวทำการบ้านสักนิดแล้วจะเที่ยวสนุกขึ้นเพราะจะมีข้มูลดีๆ ตุนไว้ให้เข้าใจที่มาที่ไป....ถึงเวลาชวนเข้าวัดแล้วเหรอ???

Rungrit กล่าวว่า...

พระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของไทย เป็นเมืองหลวงเก่าที่เคยรุ่งเรืองในอดีต มีเรื่องราวมากมายของราชวงศ์ต่างๆที่ร้อยเรียงเป็นมหากาพย์ มีทั้งสุขทุกข์ระคนกัน มีหลายคนนำเรื่องราวเหล่านี้ถ่ายทอดลงสู่แผ่นฟิลม์ กลายเป็นภาพยนตร์ เช่น สุริโยทัย และนเรศวร ซึ่งในทั้งสองเรื่องก็ได้กล่าวถึงวัดมเหยงค์ตามที่ผู้เขียนกล่าวไว้ แต่รูปของวัดแม้ว่าจะสวยด้วยความเป็นอดีต ก็จะไม่งามไปกว่าที่เห็นถ้าขาดนางแบบที่อยู่ในรูป ดูแล้วสบายตาจริงๆ...ก้อ

pu กล่าวว่า...

เคยไปวัดที่อยุธยาหลายวัด แต่ที่ไปบ่อยมากเลยคือวัดพนัญเชิง และวัดพระเมรุ เพื่อนๆทราบไหมว่าที่วัดพระเมรุนี้มีพระพุทธรุปศักดิ์สิทธ์ที่พม่ายิงปืนใหญ่เข้ามาแล้วปืนแตก ถ้ามีโอกาศน่าจะไปนะจ๊ะ

Phum กล่าวว่า...

น่าอิจฉา คุณ Jeed จังเลยน่ะ
ความเป็นเมืองเก่า และเป็นเมืองหลวงของเรามาก่อนนั้น การที่เราได้ไปดูมันได้สะท้อนบางอย่างให้เราได้คิดเหมือนกันน่ะ